..Say Hi ASEAN 2015..

Kroopu @ Sobprappittayakhom School

bookmark ภาคเรียนที่ 2/2556

ภาษาไทย  T102    T103  T104  T105  T151

คณิตศาสตร์  T201    T203  T204  T205  T206  T251  T252

วิทยาศาสตร์  T301  T302  T303  T305  T306  T308  T351

สังคมศึกษาฯ  T401  T402  T403  T404  T405  T409  T451

สุขศึกษาฯ  T501  T502  T503  T504  T505  T551

ศิลปะ  T601  T602  T652

การงานฯ  T701  T702  T703  T705  T706  T707  T708  T709  T710  T712  T713

ภาษาต่างประเทศ  T801  T802  T803  T804  T805  T806  T807  T808  T809  T851  T852  T853

แนะแนว  T901  T902

ดาวน์โหลดโปรแกรม bookmarkIII   Access 2007   วิธีการโหลดbookmark

1 ความเห็น »

ผลงานบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติไทย

ผลงานของบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติไทย

แสดงความคิดเห็น »

สรุปย่อ สุโขทัย-รัตนโกสินทร์

สรุปย่อสุโขทัย1 สรุปย่อสุโขทัย2 สรุปย่อสุโขทัย3 สรุปย่อสุโขทัย4 สรุปย่อสุโขทัย5 สรุปย่อสุโขทัย6 สรุปย่อสุโขทัย7

แสดงความคิดเห็น »

วิเคราะห์ผู้เรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔

2 ความเห็น »

ความรู้ศาสนาเบื้องต้น..กรมศาสนา

ความรู้ศาสนาเบื้องต้น

แสดงความคิดเห็น »

เตรียมตัวรับ 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติโลกยุคใหม่

มูลนิธิ 7 สิ่งมหัศจรรย์ เผยผลการลงมติ 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกยุคใหม่ที่กรุงซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ก่อนที่จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการช่วงต้นปี 2556 ดังนี้

http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-1.jpg
          1.  ป่าอะเมซอนในอเมริกาใต้   มีขนาดใหญ่กว่า 5.5 ล้านตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่กว่า 9 ประเทศในอเมริกาใต้ ป่าอะเมซอนมีขนาดพื้นที่คิดเป็นครึ่งหนึ่งของป่าฝนที่ยังเหลืออยู่บนโลก และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก
http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-2.jpg
 2.  อ่าวฮาลองในประเทศเวียดนาม   ขึ้นชื่อเรื่องหินที่มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกัน อ่าวมีขนาดใหญ่กว่า 1,553 ตารางกิโลเมตร มีความยาวกว่า 120 กิโลเมตร และมีหินเล็กเกาะน้อยกว่า 1,969 เกาะ
http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-3.jpg
          3.  น้ำตกอิกัวซูในประเทศอาร์เจนตินา   เป็นหนึ่งในน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีขนาดน้ำตกใหญ่กว่า 2.7 กิโลเมตร โดยมีน้ำตกเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกกว่า 275 แห่ง แต่แห่งที่ใหญ่ที่สุดคือน้ำตก คอปีศาจ ( Devil’s Throat) ที่มีความสูงกว่า 80 เมตร
http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-4.jpg
          4.  เกาะเชจูในสาธารณรัฐเกาหลีใต้   เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ มีพื้นที่กว่า 1,846 ตารางกิโลเมตร ตรงกางเกาะเชจูเป็นที่ตั้งของภูเขาที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับไปแล้ว
http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-5.jpg
5.  อุทยานแห่งชาติโคโมโดนประเทศอินโดนีเซีย   ครอบคลุมพื้นที่ถึง 3 เกาะในประเทศอินโดนีเซีย มีขนาดใหญ่กว่า 1,817 ตารางกิโลเมตร และมีสัตว์สงวนที่สำคัญคือ มังกรโคโมโด
http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-6.jpg
          6.  แม่น้ำใต้ดิน เปอร์โตปรินเซซา ในประเทศ ฟิลิปปินส์   เป็นแม่น้ำที่อยู่ภายใต้ถ้ำหินปูนความยาวกว่า 8.2 กิโลเมตร มีจุดเด่นคือ จะมีลมผ่านถ้ำก่อนที่จะพัดตรงไปสู่ทะเลจีนใต้ แม่น้ำใต้ดินแห่งนี้ถือเป็นแม่น้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
http://board.postjung.com/data/582/582181-topic-ix-7.jpg
           7.  เทเบิ้ลเมาท์เทนท์ ที่ประเทศแอฟริกาใต้   ภูเขาแห่งนี้มีจุดเด่นที่เป็นหินที่มีอายุยาวนานกว่า 6 ล้านปี และเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ของดอกไม้กว่า 1,470 สายพันธุ์

 

 

 

1 ความเห็น »

สรุปหลักธรรมพระพุทธศาสนา

สรุปหลักธรรมพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประเภทอเทวนิยม คือ ไม่นับถือพระเจ้าเกิดขึ้นเมื่อ ๔๕ปีก่อนพุทธศักราช

ผู้เป็นศาสดา คือ พระพุทธเจ้า มีพระนามเดิมว่า เจ้าชายสิทธัตถะ

เหตุผลที่ดลใจให้เจ้าชายสิทธัตถะหนีออกไปผนวช เพราะพระองค์ขณะเสด็จประพาสอุทยานทรงเห็น

คนเกิด คนแก่ คนป่วยและคนตาย พระองค์ทรงคิดว่าสิ่งเหล่านี้คือความไม่แน่นอนของชีวิต พระองค์จึงมีความปรารถนาที่จะเสาะแสวงทางดับทุกข์ดังกล่าว

-         พระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงออกผนวช

-         พระชนมายุ ๓๕ พรรษา ทรงตรัสรู้ธรรมเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

-         พระชนมายุ ๘๐ พรรษา เสด็จดับขันธปรินิพพาน ก่อนปรินิพพานได้ประทานปัจฉิมโอวาทแก่สาวก

และทรงเตือนให้สาวกปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความไม่ประมาท (อับปมาทธรรม)

หลักธรรมสำคัญของพระพุทธศาสนา

 

1. ขันธ์ 5 หรือ เบญจขันธ์ คือ องค์ประกอบของชีวิตมนุษย์ที่ประกอบด้วยรูปและนาม

* 1.1 รูป คือ ส่วนที่เป็นร่างกาย ประกอบด้วยธาตุ 4 ได้แก่

- ธาตุดิน (ส่วนของร่างกายที่เป็นของแข็ง เช่น เนื้อ กระดูก ผม)

- ธาตุน้ำ (ส่วนที่เป็นของเหลวของร่างกาย) เช่น เลือด น้ำลาย น้ำเหลือง น้ำตา )

- ธาตุลม (ส่วนที่เป็นลมของร่างกาย ได้แก่ ลมหายใจเข้าออก ลมในกระเพาะอาหาร)

- ธาตุไฟ ( ส่วนที่เป็นอุณหภูมิของร่างกาย ได้แก่ ความร้อนในร่างกายมนุษย์)

นาม คือ ส่วนที่มองไม่เห็นหรือจิตใจ ได้แก่

* 1.2 เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดจากประสาทสัมผัส เช่น สุขเวทนา ทุกขเวทนาและอุเบกขาเวทนา ไม่ยินดียินร้าย

* 1.3 สัญญา คือ ความจำได้โดยอาศัยประสาทสัมผัส เมื่อสัมผัสอีกครั้งก็สามารถบอกได้

* 1.4 สังขาร คือ สภาพที่ปรุงแต่งจิตใจให้คิดดี คิดชั่ว หรือเป็นกลาง สิ่งที่เข้ามาปรุงแต่งจิต ได้แก่ เจตนา ค่านิยม ความสนใจ ความโลภ และความหลง

* 1.5 วิญญาณ คือ ความรับรู้ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (อายตนะ 6)

2. อริยสัจ 4  แปลว่า ความจริงอันประเสริฐ เป็นหลักคำสอนที่สำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา  เพราะเป็นคำสอนที่จะช่วยให้บุคคลรอดพ้นจากความทุกข์เพื่อสู่นิพพาน ได้แก่

1. ทุกข์ หมายถึง สภาพที่ทนได้ยากทั้งร่างกายและจิตใจ

1.1 สภาวทุกข์ หรือ ทุกข์ประจำ ได้แก่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย

1.2 ปกิณกทุกข์ หรือทุกข์จร เป็นทุกข์ที่เกิดขึ้นภายหลัง เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไปและเกิดขึ้นเนืองๆ

เช่น ความเศร้าโศก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ ความคับแค้นใจ

2. สมุทัย หมายถึง เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ ได้แก่ ตัณหา( ความอยาก)

2.1 กามตัณหา คือ อยากในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ที่ตนยังไม่มี

2.2 ภวตัณหา คือ ความอยากมี อยากเป็น อยากให้สภาพที่ตนปรารถนาอยู่นานๆ

2.3 วิภวตัณหา คือ ความอยากมี อยากเป็น อยากให้สภาพที่ตนปรารถนาอยู่นานๆ

3. นิโรธ หมายถึง ความดับทุกข์ คือ ให้ดับที่เหตุ ซึ่งมีขั้นตอนตามลำดับในมรรค 8

4. มรรค มีองค์ 8 หนทางแห่งการดับทุกข์

4.1 สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ คือ มีความเข้าใจว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือสาเหตุแห่งทุกข์ อะไร

คือความดับทุกข์

4.2 สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ คือ ความคิดที่ปลอดโปร่ง ความคิดไม่พยาบาท ความคิดไม่

เบียดเบียน

4.3 สัมมาวาจา วาจาชอบ คือ ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบ ไม่พูดเพ้อเจ้อ

4.4 สัมมากัมมันตะ การงานชอบ คือ ไม่ทำลายชีวิตคนอื่น ไม่ขโมยของ ไม่ผิดในกาม

4.5 สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ คือ การทำมาหากินด้วยอาชีพสุจริต

4.6 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ คือ เพียรระวังมิให้ความชั่วที่ยังไม่เกิดขึ้น เพียรละความชั่ว

ที่เกิดขึ้น เพียรรักษาความดีที่เกิดขึ้นแล้ว

4.7 สัมมาสติ ความระลึกชอบ คือ พิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม

4.8 สัมมาสมาธิ การตั้งใจชอบ คือ การตั้งจิตที่แน่วแน่อยู่ในอารมณ์ใด อารมณ์หนึ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน

เพื่อมุ่งมั่นกระทำความดี

จากอริยสัจ 4 สังเกตได้ว่า

1. ทุกข์ คือ ตัวปัญหา                       2. สมุทัย คือ สาเหตุของปัญหา

3. นิโรธ คือ การแก้ปัญหา                  4. มรรค คือ วิธีการแก้ปัญหา

-  มรรคมีองค์แปด คือ ไตรสิกขา ได้แก่

ศีล             สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ

สมาธิ         สัมมาสติ สัมมาสมาธิ

ปัญญา        สัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ

ความสำคัญของอริยสัจ

1. เป็นคำสอนที่คลุมหลักธรรมทั้งหมดของพระพุทธศาสนา

2. เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาตามหลักวิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือวิธีการแห่งปัญญา

3. คำสอนที่ชี้ให้เห็นว่ามนุษย์สามารถแก้ไขปัญหาของตนเองได้ ตามหลักความจริงแห่งธรรมชาติ

3. ไตรลักษณ์ คือ ลักษณะทั่วไปของสิ่งทั้งปวง

1. อนิจจตา หรือ อนิจจัง ความไม่คงที่ ไม่เที่ยง ไม่ถาวร ไม่แน่นอน

2. ทุกขตา หรือ ทุกขัง สภาพที่อยู่ในสภาวะเดิมไม่ได้ ต้องแปรปรวนไป

3. อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตนแท้จริง ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

ô  ในเรื่องไตรลักษณ์ พระพุทธศาสนาถือว่าเป็นคำสอนสูงสุด ซึ่งทุกสิ่งในสากลจักรวาลล้วนเป็น

อนัตตาทั้งสิ้น

4. กฎแห่งกรรม หมายถึง กระบวนการกระทำและการให้ผลการกระทำของมนุษย์ ซึ่งมีหลักอยู่ว่า “คนหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น ผู้ทำความดีย่อมได้รับผลดี ผู้ทำกรรมชั่วย่อมได้รับผลชั่ว”

กรรม คือ การกระทำทางกาย วาจา หรือใจ ที่ประกอบด้วยเจตนา ดังพุทธวจนะตรัสว่า “ ภิกษุ

ทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาเป็นกรรม บุคคลจงใจแล้ว ย่อมกระทำทางกาย ทางวาจาและทางใจ

5. พรหมวิหาร 4 ธรรมสำหรับผู้เป็นใหญ่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ จำเป็นต้องมีไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวสำหรับดำเนินชีวิต ได้แก่

1. เมตตา ความรักใคร่ ปรารถนาจะให้เป็นสุข

2. กรุณา ความสงสาร ต้องการที่จะช่วยบุคคลอื่น สัตว์อื่นให้หลุดพ้นจากความทุกข์

3. มุทิตา ความชื่นชมยินดีเมื่อเห็นบุคคลอื่นเขาได้ดี

4. อุเบกขา ความวางเฉยไม่ดีใจไม่เสียใจ เมื่อบุคคลอื่นประสบความวิบัติ

6. อัปปมาท  ธรรมที่กล่าวถึงความไม่ประมาท คือ การดำเนินชีวิตที่มีสติเป็นเครื่องกำกับความประพฤติปฏิบัติและการกระทำทุกอย่าง ระมัดระวังไม่ถลำตัวไปในทางเสื่อมเสีย พระพุทธเจ้าทรงมีพระดำรัสเกี่ยวกับความไม่ประมาทว่า “ ความไม่ประมาท ย่อมเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่”

7. สังคหวัตถุ 4 หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ำใจคน

1. ทาน การให้

2. ปิยวาจา การกล่าวถ้อยคำไพเราะอ่อนหวาน

3. อัตถจริยา การบำเพ็ญประโยชน์

4. สมานัตตตา การประพฤติตนสม่ำเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง

8. ฆราวาสธรรม 4  หลักธรรมสำหรับผู้ครองเรือน ได้แก่

1. สัจจะ การมีความซื่อตรงต่อกัน

2. ทมะ การรู้จักข่มจิตของตน ไม่หุนหันพลันแล่น

3. ขันติ ความอดทนและให้อภัย

4. จาคะ การเ สียสละแบ่งปันของตนแก่คนที่ควรแบ่งปัน

9. บุญกิริยาวัตถุ 10  หลักธรรมแห่งการทำบุญ ทางแห่งการทำความดี 10 ประการ

1. ทานมัย บุญสำเร็จด้วยการบริจาคทาน

2. ศีลมัย บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล

3. ภาวนามัย บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา

4. อปจายนมัย บุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่

5. เวยยาวัจจมัย บุญสำเร็จด้วยการช่วยเหลือขวนขวายในกิจการงานต่างๆ

6. ปัตติทานมัย บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ

7. ปัตตานุโมทนามัย บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาส่วนบุญ

8. ธัมมัสสวนมัย บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรม

9. ธัมมเทสนามัย บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรม

10. ทิฏฐุชุกัมม์ บุญสำเร็จด้วยการทำความคิดความเห็นของตนให้ตรง

10. สัปปุริสธรรม 7  หลักธรรมของคนดี หรือคุณสมบัติของคนดี

1. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ

2. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล

3. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน

4. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ

5. กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลา

6. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักชุมชน

7. ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกคบคนดี

เป้าหมายของชีวิต 

พระพุทธศาสนาวางเป้าหมายชีวิตไว้ 3 ระดับ

  1. เป้าหมายระดับพื้นฐาน (ทิฏฐธัมมิกัตถะ) หมายถึง เป้าหมายประโยชน์ในระดับชีวิตประจำวันที่

มนุษย์ในสังคมต้องการ คือ

-         ขยันหมั่นเพียร (อุฏฐานสัมปทา)

-         เก็บออมทรัพย์ (อารักขสัมปทา)

-         คบคนดีเป็นเพื่อน (กัลยาณมิตตตา)

-         ใช้ทรัพย์เป็น (สมชีวิตา)

  1. เป้าหมายระดับกลาง (สัมปรายิกัตถะ) เน้นที่ความเจริญงอกงามแห่งจิตใจ เป็นคุณค่าที่แท้จริงของ

ชีวิต คือ

-         มีศรัทธา เชื่อในพระรัตนตรัย เชื่อในกรรม และผลของกรรม

-         มีศีล ความประพฤติทางกาย วาจา เรียบร้อย

-         จาคะ ความเสียสละ

-   ปัญญา รู้อะไรดีอะไรชั่ว

3. เป้าหมายระดับสูงสุด (ปรมัตถะ) หมายถึง ประโยชน์ที่เป็นแก่นแท้ของชีวิต เป็นจุดหมายสุดท้ายที่

ชีวิตจะพึงบรรลุ คือ การบรรลุนิพพาน

แสดงความคิดเห็น »

ลูกสบปราบพร้อมก้าวสู่อาเซียนแล้วหรือยัง….

กลไกขับเคลื่อนการศึกษา…ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

ฟาฏินา  วงศ์เลขา
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 2 มี.ค. 53

จากกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา  ส่งผลให้หลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับความหลากหลายทั้งด้านสังคมและระบบเศรษฐกิจซึ่งมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตเป็นอย่างมาก   ทำให้หลายประเทศต้องเร่งเตรียมพร้อมโดยการสร้างกลไกและพัฒนาคนให้มีศักยภาพสูงขึ้น ให้สามารถปรับตัวและรู้เท่าทันกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น  เพื่อให้ประเทศชาติก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและเท่าเทียม
ประเทศสมาชิกอาเซียน หรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วย  10 ประเทศ  คือ  ไทย  อินโดนีเซีย  ฟิลิปปินส์  สิงคโปร์  มาเลเซีย  บรูไน  เวียดนาม  ลาว  พม่า  และกัมภูชา
ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ  เราจะเห็นว่า ปริญญาว่าด้วยแผนงานสำหรับประชาคมอาเซียน ได้ให้ความสำคัญในการใช้กลไกการศึกษาขับเคลื่อนอาเซียนให้บรรลุวิสัยทัศน์อาเซียน 2020  ที่มุ่งให้อาเซียนมีสัยทัศน์สู่ภายนอก  มีสันติสุข  และเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในการเป็นหุ้นส่วนในสิ่งแวดล้อมของประชาธิปไตยและมีอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน การพัฒนาที่มีพลวัตร และการรวมตัวทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและในสังคมที่เอื้ออาทรที่ระลึกถึงสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์  รับรู้มรดกทางวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน และเชื่อมในอัตลักษณ์ของภูมิภาค
ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน  ได้ตระหนักถึงบทบาทและภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือกับอาเซียน  เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียนในเวทีโลก  โดยเฉพาะการใช้กลไกความร่วมมือด้านการศึกษานำพาอาเซียนสู่การเป็นประชาคมที่มีความมั่นคง  ดังคำกล่าวตอนหนึ่งของ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2552 ที่ว่า
“ประชาชนของอาเซียนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของอาเซียน เราต้องทำให้แน่ใจว่า พวกเขามีช่องทางที่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาบุคคล และเราควรดำเนินการดังกล่าวโดยการส่งเสริมและลงทุนในด้านการศึกษา การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการเสริมสร้างศักยภาพในด้านอื่น ๆ นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า การลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตของประชาคม ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการสร้างประชาคมที่ยั่งยืนต่อไป”
ในส่วนของความร่วมมือด้านการศึกษาของประชาคมอาเซียนนั้น ได้มีการลงนามในปฏิญญาชะอำ-หัวหิน  โดยนายกรัฐมนตรีของไทยและผู้นำของประเทศต่างๆ ในอาเซียน  ประกอบด้วยความร่วมมือใน 3 เสาหลัก คือ  ประชาคมด้านการเมืองและความมั่นคง โดยใช้การศึกษาเป็นตัวนำ   ประชาคมด้านเศรษฐกิจ  ทุกประเทศจะต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก  และประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรม  ให้ถือว่าความงดงามมาจากความแตกต่างและหลากหลาย  วัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน  แต่ในความหลากหลายทางวัฒนธรรมนั้นจะช่วยสร้างความร่วมมือในลักษณะสังคมเอื้ออาทร  โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ทั้ง 3 เสาหลักส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน  เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จของการเป็นประชาคมอาเซียนได้ภายในปี 2558  หรืออีก 5 ปีข้างหน้า
จากปฏิญญาดังกล่าว  ส่งผลให้ทุกภาคส่วนต้องเร่งแสวงหาความร่วมมือเพื่อเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเตรียมพร้อมเด็กไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนตามเป้าหมาย  โดยเฉพาะให้กลไกการศึกษาเป็นตัวนำสำคัญในการขับเคลื่อนให้สามารถก้าวไปได้อย่างมีทิศทาง ผสานประโยชน์ร่วมกัน  องค์กรหลักในกระทรวง ศึกษาธิการจึงต้องเร่งเครื่องก้าวเดินอย่างไม่หยุดนิ่ง
จากการระดมความคิดในหลากหลายเวทีจากผู้เกี่ยวข้องทั้ง 3 เสาหลัก  รวมถึงผู้บริหารการศึกษา  ครูผู้สอน  นักวิชาการ  และผู้เกี่ยวข้อง  พบข้อเสนอแนวทางมากมาย  เช่น  การให้ความรู้แก่พลเมือง  ส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้าน การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน และจิตสำนึกของพลเมืองอาเซียน  ทุกภาคส่วนในสังคมร่วมจัดกิจกรรมด้านการศึกษา  สร้างเด็กให้มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานแลสถานประกอบการ การจัดหลักสูตรการศึกษาอาเซียน ด้วยการส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาเพื่อนบ้าน  เป็นต้น
ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้เร่งพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้รู้จักวัฒนธรรม  สังคม  ความเป็นอยู่ของเพื่อนอีก 9 ประเทศ   ที่จะสามารถก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมั่นใจ  โดยการดำเนินโครงการพัฒนาประชาคมสู่อาเซียน (Spirit of ASEAN) เพื่อรองรับการรวมกลุ่มของประเทศอาเซียน ในปี 2558   เช่น  โรงเรียน Buffer School  เป็นโรงเรียนที่อยู่ติดชายแดนกับประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ  ได้แก่  ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย  โรงเรียน Sister School   เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม มีความเข้มแข็งทั้งในเรื่องของภาษาและ ICT  ที่อยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ติดชายแดน  แต่มีประสานสัมพันธ์กับอาเซียน 5 ประเทศ  ได้แก่  เวียดนาม  สิงคโปร์  ฟิลิปปินส์  อินโดนีเซีย  และบรูไน   เป็นต้น
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในเรื่องของหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้ระดมความคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิ  ผู้บริหารสถานศึกษา  ศึกษานิเทศก์  ครูผู้สอน และผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อร่วมกำหนดกรอบแนวทางในการพัฒนาโรงเรียนเป็นการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน  โดยการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็กไทยที่สอดรับกับประชาคมอาเซียน   การวิเคราะห์หลักสูตรในส่วนของอาเซียนศึกษา  การกำหนดกิจกรรมการเรียนรู้   เพื่อให้สถานศึกษาสามารถพัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพและแข็งแกร่งในประชาคมอาเซียน
การพัฒนามาตรฐานการศึกษาไทยให้ก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนนั้นคงไม่เพียงพอ  แต่ยังต้องพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีศักยภาพพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมโลกได้อย่างมั่นใจ    ที่สำคัญคือทุกภาคส่วนในสังคมต้องผสานความร่วมมือขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวไปสู่เวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

3 ความเห็น »

อบรมส่งเสริมสิทธิ

This slideshow requires JavaScript.

แสดงความคิดเห็น »

ครูครับผมง่วง..copy from another

แสดงความคิดเห็น »

เศรษฐกิจพอเพียง….

แสดงความคิดเห็น »

มีอยู่มั้ยใครแบบนี้..กิกิ

แฟนคุณน่ะ ท่องก.-ฮ. ได้รึยัง???
ก – เ ก็ บ เ ร า ไ ว้ ใ น ใ จ
ข – เ ข้ า ใ จ เ ร า
ค – ค อ ย เ ป็ น กำ ลั ง ใ จ ใ ห้ เ ร า
ง – ง้ อ เ ร า เ มื่ อ รู้ ตั ว ว่ า เ ข า ผิ ด
จ – จั บ มื อ เ ร า เ มื่ อ ต้ อ ง ก า ร กำ ลั ง ใ จ
ฉ – เ ฉ ย กั บ ค ว า ม ใ จ ร้ อ น ข อ ง เ ร า
ช – ช่ ว ย เ ห ลื อ เ ร า
ซ – ซื่ อ สั ต ย์ กั บ เ ร า ญ า ติ ดี กั บ เ ร า เ ส ม อ
ด – เ ดิ น เ คี ย ง ข้ า ง เ ร า
ต – ติ ด ต า ม ข่ า ว ค ร า ว ค ว า ม เ ป็ น ไ ป ข อ ง เ ร า
ถ – ไ ถ่ ถ า ม ทุ ก ข์ สุ ข
ท – ทำ ใ ห้ ชี วิ ต ข อ ง เ ร า เ ป ลี่ ย น ไ ป
ธ – ธั ม ม ะ ธั ม โ ม กั บ เ ร า
น – นั บ ถื อ เ ร า แ ล ะ น่ า รั ก ใ น ส า ย ต า ข อ ง เ ร า
บ – บ อ ก ค ว า ม จ ริ ง แ ก่ เ ร า
ป – ป ล อ บ ใ จ เ มื่ อ เ ร า ท้ อ
ผ – ผ า ย มื อ ต้ อ น รั บ เ ร า เ ส ม อ
ฝ – ฝ า ก ค ว า ม จ ริ ง ใ จ ไ ว้ กั บ เ ร า
พ – เ พิ่ ม พ ลั ง ใ ห้ แ ก่ เ ร า
ฟ – ฟั ง เ ร า เ ส ม อ
ภ – ภู มิ ใ จ ใ น ตั ว เ ร า
ม – ม อ บ สิ่ ง ดี ดี แ ก่ เ ร า
ย – ย ก โ ท ษ ใ ห้ กั บ ข้ อ ผิ ด พ ล า ด ข อ ง เ ร า
ร – รั ก ที่ เ ร า เ ป็ น เ ร า
ล – ล ะ เ อี ย ด อ่ อ น กั บ ค ว า ม รู้ สึ ก ข อ ง เ ร า
ว – ไ ว้ ใ จ เ ร า
ศ – ศึ ก ษ า นิ สั ย ที่ แ ท้ จ ริ ง ข อ ง เ ร า
ส – สั ง เ ก ต ค ว า ม เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ใ น ตั ว เ ร า
ห – เ ห็ น คุ ณ ค่ า ข อ ง เ ร า
อ – อ ธิ บ า ย ใ น สิ่ ง ที่ เ ร า ไ ม่ เ ข้ า ใ จ
ฮ – เ ฮ ฮ า กั บ เ ร า ไ ด้ ทุ ก เ ว ล า …

***จำไว้นะคนโสดต้องหาแฟนที่ท่อง ก-ฮ ได้เท่านั้น ;)

แสดงความคิดเห็น »

เ็ด็กดอยแอ่วเมืองเก่า

100_1462100_1457100_1400100_1472100_1479100_1498

เ็ด็กดอยแอ่วเมืองเก่า, a set on Flickr.

พานักเรียน ม.3 ทัศนศึกษาเมืองเก่า สุโขทัย

แสดงความคิดเห็น »

หน้าที่พลเมือง…คืออะไร…

แสดงความคิดเห็น »

ภาวะโลกร้อนกับโรงเรียน

“ภาวะโลกร้อนกับโรงเรียน”

ต้องเริ่มปลูกฝังการรักษ์สิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็ก

แสดงความคิดเห็น »